HELLO! : มองชีวิตด้วยหัวใจ

“คืนความเป็นธรรมชาติในตัวมนุษย์ด้วยการออกไปแสวงหาธรรมชาติบ้าง หรือทำบ้านให้เป็นธรรมชาติ รักธรรมชาติ มีเวลาให้กับเขา ให้โอกาสทั้งเขาและเรา เช่น ธรรมชาติมีน้ำ เรามีเรือ เอาเรือไปเล่นกับน้ำ มีจักรยานก็ขี่หยอกล้อไปกับต้นไม้”

ข้อมูลอ้างอิงจาก : นิตยสาร HELLO!
16 February 2017 Vol.12 / No.4

“สวอนเลค เขาใหญ่” ความสุขใจของคนรักธรรมชาติ สวรรค์ท่ามกลางขุนเขาและวนอุทยานส่วนตัว

“สวอนเลค เขาใหญ่” โครงการสุด Exclusive ของบริษัท อีลิเชี่ยน ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ของเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลับกลายเป็นป่าธรรมชาติอีกครั้ง ใช้เวลาในการเพาะบ่มยาวนานกว่า 10 ปี และตอนนี้ก็ได้เนรมิตคอนโดมิเนียมโลว์ไลฟ์ให้แก่ผู้พักอาศัยได้พักผ่อนทั้งกายและใจ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี สามารถปิดการขายได้ถึง 80 % จากโครงการใน เฟส 1 และกำลังเปิดเฟส 2 เพิ่มอีก 58 ยูนิต รวมทั้งสิ้นทั้งโครงการมี 282 ยูนิต

“ทำอย่างไรถึงจะนำธรรมชาติ ที่สูญหายไปกลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติมอบความสงบร่มรื่นและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เรา” นี่คือแนวคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณมานิต อุดมคุณธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีลิเชี่ยน ดเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทุ่มเท มุ่งมั่น พัฒนา และสร้างสรรค์ที่ดินว่างเปล่าให้กลับกลายเป็นธรรมชาติอีกครั้ง เพื่อต้องการนำกลับคืนสู่สังคม และเจตนารมณ์ที่อยากจะให้คนหันมานึกถึงความสงบทางใจมากขึ้น

สำหรับที่มาของชื่อโครงการ มาจากการสังเกตสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ซึ่งมีเนินเขาหลายลูก อีกทั้งแนวทิวเขาที่ทอดยาวกว้างไกล หากดูตามหลักฮวงจุ้ย แนวภูเขานี้มีลักษณะเหมือนมังกร โดยชาวจีนเชื่อว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์ประจำองค์ฮ่องเต้ที่มักใช้เคียงคู่กับหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฮองเฮา และเมื่อมังกรกับหงส์มาอยู่เคียงคู่กันก็คือความแข็งแกร่งของแนวทิวเขาที่อยู่ด้านหลัง ผสานกับความร่มเย็นของทะเลสาปที่อยู่ด้านหน้า ก็จะก่อให้เกิดพลังอำนาจและความเจริญรุ่งเรือง อันจะส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นเจ้าของที่ที่ได้อยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้

“สวอนเลค เขาใหญ่” ได้รับการออกแบบให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ อันประกอบไปด้วยต้นไม้นานาพรรณกว่า 40,000 ต้น อุโมงค์ต้นไม้ยาว 4 กิโลเมตร ลานสวนหินที่มีหินทรายขนาดใหญ่ถึง 10,000 ก้อน รวมทั้งทะเลสาป 7 แห่ง น้ำตกที่สวยงาม 4 แห่ง และสระบัวที่รายล้อมด้วยต้นสาละลังกากว่า 500 ต้น ในทะเลสาปยังประกอบด้วยฝูงหงส์ ฝูงเป็ดแมนดาริน และปลาคาร์ฟกว่า 50,000 ตัว อีกทั้งยังสร้างลู่วิ่งและเลนจักรยาน 5 กิโลเมตร เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้เพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง

คุณรีน่า อุดมคุณธรรม กรรมการผู้จัดการ พูดถึงโครงการว่า “ทุกห้องของโครงการ จะสามารถเห็นวิวได้เหมือนๆกัน โดยไม่ให้มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพ ทำให้ผู้อาศัยสามารถดื่มด่ำความสวยงามของธรรมชาติได้เหมือนๆกัน” ซึ่งความประทับใจที่คุณรีน่า ได้จากลูกค้ารายแรกที่เข้ามาจับจอง คือคำพูดที่ว่า “ความเป็นมรดกทางธรรมชาติ มากกว่า มรดกทางทรัพย์สิน” ที่โครงการนี้มอบให้

คุณรีน่า กล่าวเสริมว่าวัสดุที่ใช้การก่อสร้างจะเป็นวัสดุที่มีคุณภาพ แข็งแรง และทนทาน สามารถกลมกลืนกับความเป็นธรรมชาติได้โดยง่าย ซึ่งแนวความคิดนี้ มาจากความคิดที่ว่า “บ้านหลังที่ 2 ต้องไม่ใช่ภาระของผู้อยู่อาศัย” แต่เป็นความสุขใจเมื่อได้มาและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จริงๆ จากเฟส 1 ที่ได้ผลตอบรับที่ดี ทำให้เกิดเฟส 2 จำนวน 58 ยูนิต ตั้งอยู่บนอาคาร 7 ชั้น บนที่ดินที่สูงที่สุดของโครงการ พร้อมการตกแต่งด้วยกระจกที่เปิดกว้างของอาคาร เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้มองเห็นธรรมชาติและทัศนียภาพที่สวยงามของขุนเขาที่อยู่รายล้อมโครงการแบบพาโนรามาได้อย่างเต็มที่ การตกแต่งห้องเป็นแบบ Fully Furnished พร้อมแผนการสร้างโรงแรมขึ้นในโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแบบครบวงจร ทั้งดูแลห้อง ทำความสะอาด และร้านอาหาร

สวอนเลค เรสซิเด้นท์ มีห้องชุดให้เลือกถึง 7 แบบ ทั้ง 1 ห้องนอน , 2 ห้องนอนเอ็กเช็คคิวทีฟ , 2 ห้องนอนดูเพล็กซ์ , 3 ห้องนอนเอ็กเช็คคิวทีฟ , 3 ห้องนอนดูเพล็กซ์ , 4 ห้องนอน และเพนต์เฮ้าส์ ในราคาเริ่มต้นที่ 8.4 ล้านบาท เปิดให้เยี่ยมชมโครงการและห้องตัวอย่างตั้งแต่วันนี้

รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092 828 8899 , 062 458 5500 หรือ
www.facebook.com/swanlakekhaoyai ,
www.swanlakekhaoyai.com

ข้อมูลอ้างอิงจาก : http://www.brandbuffet.in.th/

Marketeer : HAPPINESS MARKETING พื้นที่แห่งความสุขที่ถูกส่งต่อ

บางคนบอกว่ารางวัลของชีวิตคือการได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลก แต่สำหรับบางคนความสุขของการใช้ชีวิต คือการได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายภายใต้อากาศ แสง และเสียงจากธรรมชาติ นั่นอาจจะเป็นรางวัลที่เขาจะมอบให้กับตนเองและคนที่รัก

ข้อมูลอ้างอิงจาก : นิตยสาร Marketeer
January 2017 Issue 203

20 ปีที่รอคอย “บางปะอิน-โคราช”

นับจากปี 2539 ที่ “ไจก้า-องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น” ทำมาสเตอร์แพลนมอเตอร์เวย์ให้ “ทล.-กรมทางหลวง” บรรจุในแผนลงทุน ระยะทางรวม 4,200 กม. ผ่านมา 20 ปี ขณะนี้เพิ่งก่อสร้างไปได้ 2 สาย คิดเป็นระยะทางกว่า 100 กม.

ล่าสุดถึงคิว “บางปะอิน-โคราช” ที่เริ่มตอกเข็มเป็นสายที่ 3 หลังเงื้อง่ากันมานาน และผ่านมาหลายรัฐบาล จนมาสิ้นสุดการรอคอยยุค “รัฐบาล คสช.” มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เป็นผู้กดปุ่มเริ่มต้นโครงการเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับมอเตอร์เวย์สายนี้ จะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร ภาคกลางกับศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยระยะเวลา 127 นาที อีกทั้งยังเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น “ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา-จีนตอนใต้”

แนวเส้นทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบนอกตะวันออก กับ ถ.พหลโยธินที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นแนวใหม่ขนานไปกับ ถ.พหลโยธินและ ถ.มิตรภาพ และบรรจบกับทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา บริเวณหลัก กม.ที่ 2

พาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด 12 อำเภอ ได้แก่ 1.จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.วังน้อย อ.อุทัย 2.จ.สระบุรี อ.หนองแค อ.เมืองสระบุรี อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก และ 3.จ.นครราชสีมา อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และ อ.เมืองนครราชสีมา

การก่อสร้างแบ่งเป็น 2 ช่วง 2 รูปแบบ ช่วงที่ 1 บางปะอิน-ปากช่อง เป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 103 กม. และช่วงที่ 2 ปากช่อง-โคราช เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 93 กม.

รูปแบบก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นทางระดับพื้น แต่จะมีทางยกระดับ 4 ช่วง บริเวณทางเลี่ยงเมืองสระบุรี พื้นที่สัมปทานปูนซีเมนต์ TPI ช่วงเขาตาแป้น และเลียบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง รวมระยะทาง 32.1 กม.

มีการควบคุมการเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ (รั้วกั้น) ตลอดทาง เก็บค่าผ่านทางแบบระบบปิด มีด่านจัดเก็บค่าผ่านทาง 9 ด่าน ที่บางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง สีคิ้ว และนครราชสีมา

และมีทางแยกต่างระดับเชื่อมต่อกับถนนหลัก 9 แห่ง ได้แก่ บางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง สีคิ้ว นครราชสีมา และมีจุดพักริมทาง 8 แห่ง

ตามกำหนดจะสร้างเสร็จปี 2562 พร้อมเปิดบริการปี 2563 นอกจากเชื่อมการขนส่งภาคอีสานไปท่าเรือแหลมฉบังให้ฉลุยแล้ว ยังเสริมแกร่งท่องเที่ยวภาคอีสานมากขึ้น โดยเฉพาะจุดชมวิวที่ลำตะคอง ที่จะเป็นโค้งที่สวยที่สุดและแลนด์มาร์กใหม่เลยก็ว่าได้

ข้อมูลอ้างอิงจาก : http://m.prachachat.net/
https://www.facebook.com/KoratNextStep/

Do What You Love, Love What You Do.

“จงเลือกทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิต”

สุภาษิตโบราณที่ยังคงร่วมสมัย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคน จำนวนมากมาแล้วรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอกลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป เพราะไม่ว่าภารกิจที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นอย่างไร หากต้องมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองแล้ว เธอก็จะลงมือทำด้วยความรัก มุ่งมั่น ทุ่มเทและเต็มที่กับทุกสิ่งที่ทำเสมอ และนั่นเป็นส่วนสำคัญยิ่งสำหรับความสำเร็จของผู้หญิงเก่งคนนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา